ภาค 2 ค่ายเพลงดังย่านลาดพร้าว

 

ลาออกจาก Rose media......

ตกงานมาสองเดือน ก็สมัครงานไปหลายที่เหมือนกัน แล้วก็สรุปมาได้ editor ที่ RS นี่ล่ะ

ตอนแรกก็นั่งรอทำงานไปเรื่อยๆ ไปๆมาๆกลายมาเป็นกราฟิกแทนซะงั้น

(เนื่องจากพี่เขาเห็นฝีมือด้านกราฟิก เลยย้ายเราให้ไปทำกราฟิกแทน :) )

แต่ก็ดีแล้วล่ะเพราะถนัดกว่า และสนุกกว่า อย่างที่รู้ๆกันคือผมทำเว็บไซต์ Skoolbuz.com กับพี่แอน (iannnnn)

พอเว็บอยู่ตัวก็ไม่มีอะไรมาก ก็ทำงานตามลูปเดิมของมันไป ซ้ำๆซากๆ เรื่อยๆ เปื่อยๆ

จัดแบนเนอร์ ทำแบนเนอร์อีเว้นท์งานต่างๆ หรือจะโปสเตอร์ (อันนี้ได้เอาลง aday ด้วย แอบภูมิใจ >.<)

 

แต่ก็มีสกิลเพิ่มขึ้นในการวางองค์ประกอบต่างๆมากขึ้น การเลือกใช้สีไม่ให้มันแปร๋ดด คุมโทนเป็น

การเลือกใช้ฟอนต์ต่างๆ เรียกได้ว่าได้มาเยอะโดยเฉพาะ typography

ฝิ่นเยอะมากมายมหาศาลจาก Kamikaze (สิ่งนี้แหละที่เหนี่ยวรั้งไว้)

สิ่งที่ได้เรียนรู้เพิ่มขึ้นก็ต้องขอบคุณพี่แอน กับพี่บุบ (อาร์ตไดฯ)

ก็นับว่าฝีมือได้พัฒนาขึ้นไปอีกขั้นนึง ทำให้งานออกมาดูดีและไม่เสี่ยว  

 

ทำงานที่นี่สนุกสนาน เป็นกันเองมาก เป็นออฟฟิศที่ชิลสุดๆเลยล่ะ (เข้า-ออกงานไม่ต้องตอกบัตร)

แต่ในเมื่อมันสบายจนเกินไป มันก็เกิดอาการอิ่มตัวจนเบื่อ ในเมื่องานมันไม่ท้าทาย

ไม่สนุกแล้ว และเราได้เรียนรู้อะไรมากขึ้นเยอะแยะจากที่นี่แล้ว

มันก็จบลงด้วยการออกไปหาประสบการณ์ใหม่ๆที่ตื่นเต้น ท้าทาย และมีผู้คนเก่งๆมากมายให้เราได้เรียนรู้มากขึ้น 

 

ก็เริ่มออกหาสมัครงานที่อยากทำ ก็ได้ไปหลายที่นะ แต่เลือกงาน พอได้เข้าไปดูเข้าไปเห็นแล้วไม่ชอบไม่อยากทำ

ดูแล้วมันไม่มีอะไรที่น่าทำและท้าทายสำหรับเรา จนมาได้ที่ๆนึงแถวพระรามสาม

ทำพวก ทีวี display บนห้างนี่ล่ะ ก็เห็นว่าน่าสนใจดีให้เงินก็โอเค เลยลาออกมาได้เวลาว่างพักสองอาทิตย์ 

 

จบภาคสอง..

ปล. ภาคนี้สั้นหน่อยเพราะไม่ค่อยมีอะไรให้เล่าซักเท่าไร

 
เริ่มงานที่แรก
 
ตอนนั้นจบมาใหม่ๆเลย อาจารย์ก็แนะนำให้ไปสมัครที่ rose ดูสิพอดีว่ามีรุ่นพี่ทำงานอยู่ในนั้น
ไอ้เราก็ลองไปสมัครตำแหน่ง editor สัมภาษณ์เสร็จก็กลับไปอยู่บ้าน
ช่วงสงกรานต์ก็มีโทรศัพท์มาบอกให้เริ่มงานได้วันที่ 17
กรี๊ดดด ตูเรียนจบเพิ่งได้พักนิดเดียวเองก็ต้องมาทำงานแล้ว
 
พื้นฐานที่นั่นใช้ mac หมดเลยเราไม่เคยใช้พี่เขาก็ดีนะสอนหมดทุกอย่างทั้งรวมถึง final cut ด้วย
ได้ทำงานที่นี่ดีถือว่าโชคดีมาก เพราะพี่ที่เป็น senior เก่งมาก(มาจาก imagimax 2 คน)
อยู่ที่นี่มีอะไรเขาสอนหมด ฝีมือก็พัฒนาไวมากจริงๆ เมื่อก่อนจากที่ after effect งูๆปลาๆ
ก็มาครูพักลักจำพี่ที่เขาเป็นกราฟิกที่นี่ล่ะ (ทุกวันนี้ยังมีคนถามอยู่เลยว่าไปเรียนที่ไหนมา....ฝึกเองทั้งหมดล่ะย่ะ)
ถือว่าได้อะไรมากมายจริงๆ ทั้งระบบออกอากาศ เรื่องโปรแกรมตัดต่อ หรือไม่ว่าจะกราฟิก
ด้วยความที่ว่าตัวเองเป็นคนหัวไวมากๆเลยได้อะไรติดตัวมาเยอะ
ยังคิดอยู่จนทุกวันนี้เลยว่าถ้าเราไม่ได้ทำงานที่แรกที่นี่ เราจะได้ขนาดนี้ไหม?
(ต้องขอบคุณพี่เซน และพี่เส็งมากๆ ที่ทำให้ผมได้ขนาดนี้จนถึงทุกวันนี้)
 
เงินเดือนที่นี่ก็ไมไ่ด้เยอะมากตามประสาเด็กจบใหม่ทั่วๆไป แต่ก็ถือว่าโอเคนะ
เพราะค่าครองชีพที่นี่ถูกมากๆ ทั้งค่าหอ ค่ากิน เดือนนึงเก็บ 5-6 พันสบายๆ ไหนจะฝิ่นอีก
 
แล้วทำไมถึงลาออกล่ะ?....การลาออกจากที่นี่ไมไ่ด้เบื่อเลยนะทำงานสนุกมากๆ
ได้ช่วยเริ่มกันเปิดช่องใหม่จากศูนย์(Gang cartoon) ได้เจอนักพากย์การ์ตูนเยอะแยะ
ได้ร่วมงานกับน้องแพตตี้ ได้รู้จักการใช้กล้องวิดีโอแบบโปร ได้ไปถ่ายงานต่างๆ
ได้เข้าถึงการ์ตูนญี่ปุ่นโดยแท้จริง สวรรค์ของโอตาคุโดยแท้เลยล่ะ!!
 
แต่ที่เบื่อ เบื่อเรื่องเจ้านายใหญ่ คือที่นี่เขาเลี้ยงคนไม่เป็นเลยมั้ง
คือเราทำงานครบปีพอดีที่นี่เขาก็จะมีการปรับเงินเดือน และแจกโบนัสทุกสงกรานต์
เราก็หวังไว้เยอะว่าจะได้เงินก้อนบ้าง ประเมินได้ A ด้วย ปรากฏว่าเอาเรื่องเศรษกิจไม่ดีมาอ้าง
งดทุกอย่างกระทั่งขึ้นเงินเดือน บวกกับช่วงนี้สวัสดิการหลายๆอย่างเขามาลด มาตัดออก ตามประสาคนจีนขี้งก เซ็งสิครับ ฉุนขาดแบบติสแตกไม่แคร์ว่าจะไม่มีแดก ผ่านไป 1 อาทิตย์ลาออกเลยครับ - -"
พี่เขาก็เข้าใจเรานะ จากนั้นก็กินแกลบไปสองเดือนก่อนมาทำงานที่ RS……
 
จบภาคแรก...
 
ขอบคุณที่อ่านกันครับ แสดงความคิดเห็นกันได้นะครับ หรือมีเรื่องอะไรอยากแชร์ก็มาเล่ากันฟังบ้าง
 
เนื่องด้วยสงกรานต์นี้ได้โอกาสหยุดยาวกลับพักผ่อนอยู่ที่บ้าน
เลยถือโอกาสจะนั่งรถไฟเล่นไปเที่ยวที่น้ำตกไทรโยคน้อย หรือน้ำตกเขาพัง
พกกล้องถ่ายรูปไปด้วยตามประสา ก็นั่งรถไฟไปชิวๆ (จริงๆแล้วไม่ได้นั่งหรอก คนเยอะมาก)
ถึงสถานนีน้ำตกต้องต่อรถสองแถวขึ้นไปที่หน้าน้ำตก คนละ 10 บาท
ผมก็หยิบกล้องขึ้นมากะว่าจะถ่ายรูปไปตามทาง แต่สิ่งที่ไม่คาดฝันได้เกิดขึ้น !!!
 
ตูม!! น้ำครับน้ำ สาดเข้ามาอย่างแรงและเยอะมากกล้องที่ผมถืออยู่ในมือไม่รอดครับโดนไปเต็มๆ
แล้วไหนยังจะโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของผมอีกล่ะ เท่านั้นไม่พอกำลังจะตั้งตัวเก็บกล้องลงในกระเป๋า
(ซึ่งมันน่าจะพอกันน้ำได้บ้างล่ะน่า) ตูม!! คราวนี้มาจากทางด้านหลัง
เวรแล้วกูกล้องกูไม่รอดแน่ๆ หลังจากที่เอากล้องเก็บลงกระเป๋าได้ก็โดนไปอีก 2-3 ชุดใหญ่ครับ
คนบนรถก็โดนกันเละหมด ในใจก็นึกว่ากล้องไม่น่ารอดแน่ๆ คงได้ซื้อ D7000 ก็คราวนี้ล่ะกู
 
ถึงน้ำตกรีบหากระดาษมาเช็ดกล้อง กดปิดโทรศัพท์ทันที (เคยได้ยินมาว่าพวกนี้ถ้าโดนน้ำให้ปิดเครื่อง)
เปิดช่องใส่แบตของกล้อง น่าชื่นใจ ไม่มีร่องรอยน้ำเข้าไปได้เลย คราวนี้มาลุ้นตรงเมาท์ใส่เลนส์ล่ะ
เปิดออกมา เดชะบุญโชคดีมากที่น้ำเล็ดลอดเข้าไปไม่ถึงข้างใน นั่งเช็ดจนแห้ง เดินแกว่งตากลมให้แห้งอีกหน่อย
แล้วลองเปิดกล้อง เย้!! เปิดติด แล้วลองทุกๆอย่าง สรุปกล้องใช้ได้เป็นปกติครับ (ของเค้าดีจริง!!)
 
กลับถึงบ้านเอาบอดี้เอาเลนส์ แช่ถังขาวสารไว้ ไอ้บอดี้ไม่น่าห่วง แต่เลนส์น่ะสิกลัวราขึ้นมากๆ
แต่วันนี้ไม่มีอาการอะไรเกิดขึ้นนับว่าโชคดีทีเดียว ^^ 
 
ปล. หลายคนคงอาจจะสงสัยว่ามันวันสงกรานต์นี่ ทำไมไม่เตรียมตัวให้พร้อม คือบ้านผม(กาญจนบุรี) 
      ปกติเขาจะเล่นน้ำกันวันที่ 17 ครับ ใครจะไปนึกว่ามันจะสาดกันวันนี้
      เพราะแถวตัวเมืองบ้านผมไม่มีเล่นกันแม้แต่นิดเดียว
 
เรื่องนี้คงเป็นอุทาหรณ์สำหรับหลายๆคนได้นะครับ และทำให้ผมมั่นใจว่า กล้องเราเนี่ยมันไม่ได้พังง่ายๆ ฮ่าๆๆๆ
รูปสุดท้าย หลังจากแช่ถึงข้าวสารก็เอาเลนส์อีกตัวติดไปเดินเล่นงานที่ท่าน้ำครับ