Walk-with-Pen

 
เนื่องด้วยสงกรานต์นี้ได้โอกาสหยุดยาวกลับพักผ่อนอยู่ที่บ้าน
เลยถือโอกาสจะนั่งรถไฟเล่นไปเที่ยวที่น้ำตกไทรโยคน้อย หรือน้ำตกเขาพัง
พกกล้องถ่ายรูปไปด้วยตามประสา ก็นั่งรถไฟไปชิวๆ (จริงๆแล้วไม่ได้นั่งหรอก คนเยอะมาก)
ถึงสถานนีน้ำตกต้องต่อรถสองแถวขึ้นไปที่หน้าน้ำตก คนละ 10 บาท
ผมก็หยิบกล้องขึ้นมากะว่าจะถ่ายรูปไปตามทาง แต่สิ่งที่ไม่คาดฝันได้เกิดขึ้น !!!
 
ตูม!! น้ำครับน้ำ สาดเข้ามาอย่างแรงและเยอะมากกล้องที่ผมถืออยู่ในมือไม่รอดครับโดนไปเต็มๆ
แล้วไหนยังจะโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของผมอีกล่ะ เท่านั้นไม่พอกำลังจะตั้งตัวเก็บกล้องลงในกระเป๋า
(ซึ่งมันน่าจะพอกันน้ำได้บ้างล่ะน่า) ตูม!! คราวนี้มาจากทางด้านหลัง
เวรแล้วกูกล้องกูไม่รอดแน่ๆ หลังจากที่เอากล้องเก็บลงกระเป๋าได้ก็โดนไปอีก 2-3 ชุดใหญ่ครับ
คนบนรถก็โดนกันเละหมด ในใจก็นึกว่ากล้องไม่น่ารอดแน่ๆ คงได้ซื้อ D7000 ก็คราวนี้ล่ะกู
 
ถึงน้ำตกรีบหากระดาษมาเช็ดกล้อง กดปิดโทรศัพท์ทันที (เคยได้ยินมาว่าพวกนี้ถ้าโดนน้ำให้ปิดเครื่อง)
เปิดช่องใส่แบตของกล้อง น่าชื่นใจ ไม่มีร่องรอยน้ำเข้าไปได้เลย คราวนี้มาลุ้นตรงเมาท์ใส่เลนส์ล่ะ
เปิดออกมา เดชะบุญโชคดีมากที่น้ำเล็ดลอดเข้าไปไม่ถึงข้างใน นั่งเช็ดจนแห้ง เดินแกว่งตากลมให้แห้งอีกหน่อย
แล้วลองเปิดกล้อง เย้!! เปิดติด แล้วลองทุกๆอย่าง สรุปกล้องใช้ได้เป็นปกติครับ (ของเค้าดีจริง!!)
 
กลับถึงบ้านเอาบอดี้เอาเลนส์ แช่ถังขาวสารไว้ ไอ้บอดี้ไม่น่าห่วง แต่เลนส์น่ะสิกลัวราขึ้นมากๆ
แต่วันนี้ไม่มีอาการอะไรเกิดขึ้นนับว่าโชคดีทีเดียว ^^ 
 
ปล. หลายคนคงอาจจะสงสัยว่ามันวันสงกรานต์นี่ ทำไมไม่เตรียมตัวให้พร้อม คือบ้านผม(กาญจนบุรี) 
      ปกติเขาจะเล่นน้ำกันวันที่ 17 ครับ ใครจะไปนึกว่ามันจะสาดกันวันนี้
      เพราะแถวตัวเมืองบ้านผมไม่มีเล่นกันแม้แต่นิดเดียว
 
เรื่องนี้คงเป็นอุทาหรณ์สำหรับหลายๆคนได้นะครับ และทำให้ผมมั่นใจว่า กล้องเราเนี่ยมันไม่ได้พังง่ายๆ ฮ่าๆๆๆ
รูปสุดท้าย หลังจากแช่ถึงข้าวสารก็เอาเลนส์อีกตัวติดไปเดินเล่นงานที่ท่าน้ำครับ